ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletฟ้องร้องดำเนินคดีทางศาล
bulletรับปรึกษาอรรถคดีต่างๆ
bulletรับว่าความทั่วราชอาณาจักร ในคดีทุกประเภท
bulletรับปรึกษากฎหมายทุกประเภท
bulletรับตรวจร่างสัญญาทุกประเภท
bulletรับดำเนินงานด้านคดีให้กับสถาบันการเงิน
bulletรับเป็นที่ปรึกษากฎหมายบริษัท นิติบุคคลและหน่วยงานต่างๆ
bulletรับบริการจดจัดตั้ง แก้ไขเพิ่มเติม ทะเบียนพาณิชย์ หู้นส่วนบริษัท
bulletรับปรึกษาและแก้ไขปัญหาคดีด้านภาษีอากร
bulletบริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและดูแลด้านทรัพย์สินทางปัญญา
bulletรับเป็นตัวแทนทำนิติกรรม
bulletรับจัดการมรดกและพินัยกรรม
bulletสืบทรัพย์บังคับคดี ยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล
bulletติดตามหนี้สิน,หมายจับฯ
dot
ห้องสมุดกฎหมาย
dot
bulletกฤษฎีกา
bulletแปลไทย
bulletรวมแบบฟอร์มต่างๆ
bulletสำนักบริหารการทะเบียน
dot
หน่วยงานราชการ
dot
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมศุลกากร
bulletเนติบัณฑิตยสภา
bulletกรมราชทัณฑ์
bulletกรมคุมประพฤติ
bulletกรมที่ดิน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์
bulletสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
bulletสำนักงาน ป.ป.ส.
bulletสำนักงาน ป.ป.ช.
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletสภาทนายความ
bulletกรมบังคับคดี
dot
เกาะติดสถานการณ์ข่าว
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletผู้จัดการ
bulletคม ชัด ลึก
bulletมติชน
bulletบ้านเมือง
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletบางกอกโพสต์
bulletกรุงเทพธุรกิจ
dot
เกี่ยวกับศาล
dot
bulletศาลฎีกา
bulletศาลอุทธรณ์
bulletศาลแพ่ง
bulletศาลอาญา
bulletศาลแพ่งกรุงเทพใต้
bulletศาลแพ่งธนบุรี
bulletศาลภาษีอากรกลาง
bulletศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
bulletศาลปกครอง
bulletศาลล้มละลายกลาง
bulletศาลทหาร
dot
บทความ
dot
bulletความผิดอันยอมความได้
bulletอายุความเรียกค่าเสียหาย
bulletการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย
bulletอัตชีวประวัติท่านจิตติ ติงศภัทิย์
bulletการครอบครองปรปักษ์
bulletละเมิด
bulletการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในกระบวนการยุติธรรมสมัยใหม่
bulletข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา




การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในกระบวนการยุติธรรมสมัยใหม่

          การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในกระบวนการยุติธรรมสมัยใหม่

          โลกยุคปัจจุบันถือได้ว่าเป็นโลกไร้พรมแดนเนื่องจากการพัฒนาระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างประเทศสามารถทำได้อย่างรวดเร็วอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าไปแบบก้าวกระโดด อุปกรณ์เทคโนโลยีบางประเภทเพิ่งซื้อเมื่อวานกลับกลายเป็นของตกรุ่นล้าสมัยไม่สามารถรองรับกับเทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามาทดแทนได้ กลายเป็นผู้ซื้อต้องเสียค่าโง่ โดยไม่สามารถจะโทษใครได้ เพราะไม่รู้เท่าทันของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเอง


         ความเปลี่ยนแปลงทางระบบเทคโนโลยีนี้นับว่าเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกสังคมของประเทศต้องหันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกันในเวทีโลกให้มากที่สุด องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในทุกประเทศต่างก็ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ในการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทคสมัยใหม่เข้าปรับใช้ในการทำงานและการบริการแก่ลูกค้าหรือประชาชน เพราะถือว่าระบบเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหรือปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร เพราะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย สร้างความประหยัด สะดวกรวดเร็ว มากกว่าการทำงานโดยไม่พึงพาระบบเทคโนโลยี


         การพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยใช่ว่าจะมีแต่คุณประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ในมุมกลับการใช้ระบบเทคโนโลยีโดยเน้นเพียงความก้าวหน้า สะดวกสบาย แต่ไม่มีระบบป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ที่อาศัยช่องทางความรู้เชี่ยวชาญในระบบเทคโนโลยีเข้ามาแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือตามคำนิยามทางกฎหมายที่ว่า โดย "ทุจริต" เมื่อสังคมมีความเปลี่ยนแปลงไปเพราะความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยี ผลกระทบที่ตามมาก็คือระบบกฎหมายของสังคมไทยก็ต้องมีการปรับปรุงแนวคิดต่างๆให้สอดคล้องไปกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่พลวัตรไปตามการพัฒนาของระบบเทคโนโลยีเช่นกัน เพราะฉะนั้น นักกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยทั้งระบบก็จะต้องปรับตัวให้รู้เท่าทันระบบเทคโนโลยี พร้อมกับปรับทัศนคติแนวคิดเกี่ยวกับหลักกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยี โดยจะต้องสามารถตีความวินิจฉัย และปฏิบัติการให้เข้ากับระบบเทคโนโลยีที่ปรากฏในกฎหมายใหม่ด้วย เพราะการยึดติดกับแนวคิดและทฤษฎีทางกฎหมายที่ผ่านมา ถ้านำมาใช้กับแนวคิดในระบบกฎหมายใหม่แล้ว ย่อมสวนทางกันเพราะเป็นคนละเจตนารมณ์กัน
 

         ในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอสรุปแนวคิดของกฎหมายใหม่ที่บัญญัติขึ้นเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของไทยต้องปรับใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อนำเข้ามาเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน ให้เกิดความสะดวกรวดเร็วตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ดังนี้
 

1.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
    - การสืบพยานบุคคลนอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ
       ป.วิ.พ มาตรา 120/4 กำหนดให้ คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอให้ศาลทำการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพได้ (การเบิกความกรณีนี้ให้ถือว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล)
       โดยคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่าย (แต่ไม่ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็นค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินคดี)  
       หากศาลเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลจะอนุญาตตามคำร้องนั้นก็ได้
       โดยให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามข้อกำหนดแนวทางการสืบพยานของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาที่ออกตามมาตรา 103/3 รวมทั้งระบุวิธีการสืบพยาน สถานที่ และสักขีพยานในการสืบพยานตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาดังกล่าว


    - การงดอ่านคำเบิกความให้พยานฟัง และให้พยานลงลายมือชื่อในคำเบิกความ
       ป.วิ.พ. มาตรา 121 กำหนดให้ ในการนั่งพิจารณาทุกครั้ง เมื่อพยานคนใดเบิกความแล้ว ให้ศาลอ่านคำเบิกความนั้นให้พยานฟัง และให้พยานลงลายมือชื่อไว้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 49 และ50
       แต่กฎหมายกำหนดไม่ใช้บังคับกับกรณีที่มีการใช้บันทึกถ้อยคำแทนการเบิกความของพยานตามมาตรา 120/1 หรือมาตรา 120/2 หรือกรณีที่มีการสืบพยานโดยใช้ระบบการประชุมทางจอภาพตามมาตรา 120/4 หรือกรณีที่มีการบันทึกการเบิกความของพยานโดยใช้วิธีการบันทึกลงในวัสดุซึ่งสามารถถ่ายทอดออกเป็นภาพหรือเสียงหรือโดยวิธีการอื่นใด ซึ่งคู่ความและพยานสามารถตรวจสอบถึงความถูกต้องของบันทึกการเบิกความนั้นได้
       แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือพยานขอตรวจดูบันทึกการเบิกความของพยานนั้น ให้ศาลจัดให้มีการตรวจดูบันทึกการเบิกความนั้น


 2.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา       
    - การขอออกหมายจับ หมายค้น ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น
       ป.วิ.อ. มาตรา 59 กำหนดว่าในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรโดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสมเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับหรือหมายค้นก็ได้
       ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับหรือหมายค้นได้ตามมาตรา 59/1 และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้ว ให้จัดส่งสำเนาหมายเช่นว่านี้ไปยังผู้ร้องขอโดยทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
       การจัดการตามหมายจับนั้นจะจัดการตามเอกสารหรือหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ก็ได้
                   ( 3 ) สำเนาหมายที่ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา


    - ความมีผลของสำเนาหมายจับหรือหมายค้นที่ได้ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น
                   ป.วิ.อ. มาตรา 2 (9) กำหนดว่า "หมายอาญา" หมายความถึงหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการจับ ขัง จำคุก หรือปล่อยผู้ต้องหา จำเลย หรือนักโทษ หรือให้ทำการค้น รวมทั้งสำเนาหมายจับหรือหมายค้นอนได้รับรองว่าถูกต้อง และคำบอกกล่าวทางโทรเลขว่าได้ออกหมายจับหรือหมายค้นแล้ว ตลอดจนสำเนาหมายจับหรือหมายค้นที่ได้สส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 77


    - การสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนของศาลโดยการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพ
        ป.วิ.อ. มาตรา 87/1 กำหนดว่าเมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนร้องขอและผู้ต้องหามิได้คัดค้าน หากศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้นำผู้ต้องหาหรือพยานหลักฐานไปยังสถานที่ทำการของทางราชการ หรือสถานที่แห่งอื่นที่ศาลเห็นสมควรซึ่งสามารถสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวน โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้ (การไต่สวนในกรณีนี้ให้ถือเสมือนว่าเป็นการไต่สวนในห้องพิจารณาของศาล)
       การดำเนินการดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ทั้งนี้ ให้ระบุวิธีการสอบถามและไต่สวน รวมทั้งสักขีพยานในการนั้นด้วย
     

     - การบันทึกภาพและเสียงการถามปากคำเด็ก
       ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ กำหนดว่า ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 139 การถามปากคำเด็ก... ให้พนักงานสอบสวนจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการถามปากคำดังกล่าว ซึ่งสามารถนำออกถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่องไว้เป็นพยาน


     - การเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานหรือการสืบพยานประเด็นโดยการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพ
        ป.วิ.อ. มาตรา 230/1 กำหนดว่า ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจนำพยานมาเบิกความในศาลได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้พยานดังกล่าวเบิกความที่ศาลอื่นหรือสถานที่ทำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นนอกศาลนั้น โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้ (การเบิกความในกรณีนี้ให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล)
       ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้


      - การสืบพยาน โดยไม่ให้พยานเผชิญหน้าโดยตรงกับจำเลยโดยการใช้โทรทัศน์วงจรปิด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่น
       ป.วิ.อ. มาตรา 172 กำหนดว่า การพิจารณาและสืบพยานในศาล ให้ทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
       แต่ในการสืบพยาน เมื่อได้พิเคราะห์ถึงเพศ อายุ ฐานะ สุขภาพอนามัย ภาวะแห่งจิตของพยานหรือความเกรงกลัวที่พยานที่ต่อจำเลยแล้ว จะดำเนินการโดยไม่ให้พยานเผชิญหน้าโดยตรงกับจำเลยก็ได้ ซึ่งอาจกระทำโดยการใช้โทรทัศน์วงจรปิด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา และจะให้สอบถามผ่านนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลอื่นที่พยานไว้วางใจด้วยก็ได้
       ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาตามวรรคสามและวรรคสี่เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้


     - การบันทึกคำเบิกความพยานโดยใช้วิธีการบันทึกลงในวัสดุ ซึ่งสามารถถ่ายทอดออกเป็นภาพและเสียง
       ป.วิ.อ. มาตรา 172 กำหนดว่า ในการสืบพยาน ให้มีการบันทึกคำเบิกความพยานโดยใช้วิธีการบันทึกลงในวัสดุ ซึ่งสามารถถ่ายทอดออกเป็นภาพและเสียงซึ่งสามารถตรวจสอบถึงความถูกต้องของการบันทึกได้ และให้ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาใช้การบันทึกดังกล่าวประกอบการพิจารณาคดีด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
       ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาตามวรรคสามและวรรคสี่เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้


     - การสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี โดยการถ่ายทอดภาพและเสียงไปยังห้องพิจารณา
       ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี กำหนดว่า เว้นแต่ในกรณีที่จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน ในการสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ให้ศาลจัดให้พยานอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และศาลอาจปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
       (2) ให้คู่ความถาม ถามค้าน หรือถามติงผ่านนนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์
       ในการเบิกความของพยานดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงไปยังห้องพิจารณาด้วย และเป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องแจ้งให้นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ทราบ


     - การถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีที่ได้บันทึกไว้ในชั้นสอบสวน
       ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี กำหนดว่า ก่อนการสืบพยานตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นสมควรหรือถ้าพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควรซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นผลร้างแก่เด็กถ้าไม่อนุญาตตามที่ร้องขอ ให้ศาลจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีที่ได้บันทึกไว้ในชั้นสอบสวนตามมาตรา 133 ทวิ หรือชั้นไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 171 วรรคสอง ต่อหน้าคู่ความและในกรณีเช่นนี้ให้ถือสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความของพยานนั้นในชั้นพิจารณาของศาล โดยให้คู่ความถามพยานเพิ่มเติม ถามค้านหรือถามติงพยานได้ ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นและภายในขอบเขตที่ศาลเห็นสมควร


     - การรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานนั้นในชั้นสอบสวน กรณีไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความในชั้นพิจารณา
       ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี กำหนดว่า ในกรณีที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งให้ศาลรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานนั้นในชั้นสอบสวนตามมาตรา 133 ทวิ หรือชั้นไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 171 วรรคสอง เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของพยานนั้นในชั้นพิจารณาของศาล และให้ศาลรับฟังประกอบพยานอื่นในการพิจารณาพิพากษาคดีได้


 3. ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ.2549
     - วิธีการติดต่อระหว่างศาล คู่ความและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
       ข้อ 4. กำหนดว่า เพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม การติดต่อระหว่างศาลล้มละลายกับศาลอื่นอาจทำโดยโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นแทนการติดต่อโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษหรือประกอบกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วน และความเหมาะสมแก่ลักษณะเนื้อหาของเรื่องที่ทำการติดต่อ รวมทั้งจำนวนและลักษณะของเอกสาร หรือวัตถุอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ศาลกำหนด
       คู่ความ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี อาจได้รับอนุญาตจากศาลเพื่อใช้วิธีการติดต่อตามวรรคหนึ่งกับศาลแทนการติดต่อโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ หรือทางเจ้าพนักงานศาลหรือประกอบกันก็ได้ ทั้งนี้โดยผู้ขออนุญาตเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย


     - การรับฟังข้อมูลคอมพิวเตอร์
       ข้อ.20 กำหนดว่า ศาลอาจรับฟังข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ หาก...


 4. ข้อกำหนดศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2540


     - วิธีการติดต่อระหว่างศาล
       ข้อ 5. กำหนดว่า เพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม การติดต่อระหว่างศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกับศาลอื่นอาจทำโดยโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นแทนการติดต่อโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษหรือประกอบกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนและความเหมาะสมแก่ลักษณะเนื้อหาของเรื่องที่ต้องทำการติดต่อ รวมทั้งจำนวนและลักษณะของเอกสาร หรือวัตถุอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ศาลกำหนด


     - การบันทึกคำเบิกความของพยาน
       ข้อ 26. กำหนดว่า นอกจากจะบันทึกถ้อยคำของพยานไว้ในสำนวนเพื่ออ่านและให้พยานลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานแล้ว ศาลอาจกำหนดให้มีการบันทึกการเบิกความของพยาน โดยใช้เครื่องมือในการบันทึกเสียงหรือภาพและเสียงอีกด้วยก็ได้


     - การสืบพยานบุคคลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ
       ข้อ 32. กำหนดว่า เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีคำขอและศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ (Video Conference) ได้ โดยให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และไม่ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็นค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินกระบวนพิจารณาซึ่งศาลอาจพิพากษาให้คู่ความฝ่ายอื่นรับผิดได้ตามมาตรา 161 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
       การสืบพยานตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาขอศาล


     - การรับฟังข้อมูลคอมพิวเตอร์
       ข้อ 33 ศาลอาจรับฟังข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ หาก...


 5. ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการส่งคำคู่ความหรือเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลหรือต่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งโดยทางไปรษณีย์ โทรสารหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2550
     - การส่งคำคู่ความหรือเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลทางสื่อเทคโนโลยี
     ข้อ 4 กำหนดว่า ในการส่งคำคู่ความหรือเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล คู่ความอาจส่งโดยทางใดทางหนึ่งดังต่อไปนี้
     (3) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์


     จากแนวทางตามกฎหมายที่กำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ ต้องเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงวิธีการในการปฎิบัติงาน เพราะกฎหมายกำหนดให้นำระบบทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการติดต่อสื่อสาร การบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวน การไต่สวน การบันทึกคำพยาน ตลอดจนกระบวนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในขั้นตอนการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว น่าจะได้มีการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการรักษาความสงบสุขในสังคมได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไปในเร็ววันนี้







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
A.S. Legal Consultant Co.,Ltd. Copyright © 2008 All Rights Reserved. 106 Panyaindra Rd., Bangchun, Klongsamwa, Bangkok 10510 Thailand.
Tel.0-2955-4885-6 Fax: 0-2919-3338 Email : as_lawyer@hotmail.com